สำคัญกับทีมมาก! ทำไม แมนยู ถึงควรต่อสัญญา เอร์เรร่า

  สำคัญกับทีมมาก เกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเจอกับ เบิร์นลี่ย์ เมื่อวันอังคารที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา

  สำคัญกับทีมมาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจพัก อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางชาวสแปนิช หลังจากที่เขากรำศึกหนักให้ทีมมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ โซลชา ใส่ชื่อ เอร์เรร่า เป็นตัวสำรอง ส่วนตำแหน่งของเขาเป็น อันเดรียส เปเรยร่า ที่ได้ลงเล่นแทน
  อย่างไรก็ตาม เปเรยร่า ยังเป็นเพียงแข้งดาวรุ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาไม่สามารถทำความเข้าใจกับรูปเกมของทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต่อให้เจ้าตัวจะซ้อมได้ดีตามที่ โซลชา ให้สัมภาษณ์ แต่เขาก็เทียบไม่ได้กับผลงานที่ เอร์เรร่า เคยทำเอาไว้ในช่วงหลายเกมก่อนหน้านี้
 การที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดท่าทำได้เพียงเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 2-2 คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ เอร์เรร่า เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ อดีตแข้ง แอธเลติก บิลเบา จะหมดสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว 
และจนถึงตอนนี้ทั้งสองฝ่ายก็ยังหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้สักที ทั้งที่จริงๆ แล้ว "ปีศาจแดง" ควรจะจับแข้งวัย 29 ปีต่อสัญญาโดยด่วน

  สำคัญกับทีมมาก 
ถ้าการชวด 3 แต้มเมื่อวันอังคารที่ผ่านมายังไม่เป็นหลักฐานดีพอที่จะสื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรต่อสัญญากับ เอร์เรร่า แล้วล่ะก็ เราก็ขอนำเสนอคุณสมบัติที่โดดเด่นของ เอร์เรร่า ดังต่อไปนี้ ที่สามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่านี่คือนักเตะที่ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ควรปล่อยออกไปด้วยประการทั้งปวง
- การเข้าสกัดที่ยอดเยี่ยม
การเข้ามาของ เนมานย่า มาติช เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน ส่งผลกระทบกับโอกาสการลงสนามของ เอร์เรร่า อย่างมาก 
นับตั้งแต่ที่ดาวเตะเลือดเซิร์บย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วนั้น โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือ "ปีศาจแดง" ก็มักจะมองข้าม เอร์เรร่า อยู่บ่อยๆ จนทำให้ฤดูกาลที่แล้วเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกไปแค่ 13 นัด

  สำคัญกับทีมมาก 
 ถือได้ว่านั่นเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ผิดพลาดของ มูรินโญ่ เพราะที่จริงแล้ว เอร์เรร่า สามารถลงเล่นร่วมกับ มาติช และทำผลงานที่ยอดเยี่ยมให้ทีมได้ โซลชา เองก็รู้ถึงเรื่องนั้นเป็นอย่างดี จนถึงขั้นส่ง เอร์เรร่า ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกถึง 5 นัดก่อนหน้านี้

  สำคัญกับทีมมาก 
  ถึงแม้ว่า มาติช จะขึ้นชื่อว่าเป็น "กองกลางตัวรับ" แต่ที่จริงแล้ว เอร์เรร่า ก็เข้าสกัดได้ดีกว่า มาติช ด้วยซ้ำ เพราะฤดูกาลนี้เขาลงเล่นในลีกไปแล้ว 15 นัด และมีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดสำเร็จถึง 2.5 ครั้งต่อเกม จากการพยายามเข้าสกัดทั้งหมด 3.9 หนต่อนัด ขณะที่ มาติช เข้าสกัดสำเร็จไปเพียง 1.8 หนต่อเกม จากการพยายามเข้าสกัดทั้งหมด 2.7 ครั้งต่อนัด
   การเข้าสกัดที่แม่นยำของ เอร์เรร่า ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถตัดเกมได้ในจุดที่ดี จนส่งผลให้เกมบุกเล่นได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย
- ตัดบอลได้ดี
 เป็นอีกครั้งที่ เอร์เรร่า ทำผลงานได้ดีกว่า มาติช เขามีค่าเฉลี่ยการตัดบอลอยู่ที่ 2.1 ครั้งต่อเกม ขณะที่ดาวเตะเลือดเซิร์บตัดบอลสำเร็จไป 1.2 หนต่อนัด โดยที่จริง เอร์เรร่า ลงเล่นน้อยกว่า มาติช ด้วยซ้ำ แต่ยังทำผลงานได้ดีกว่าอีกฝ่ายซะอีก

  สำคัญกับทีมมาก 
    ทั้งนี้ "การตัดบอล" มันไม่ได้นับแค่การพุ่งเข้าสกัดอย่างเดียว แต่รวมถึงการดักทางแย่งบอลที่คู่แข่งพยายามจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมได้ด้วย ซึ่งในวงการฟุตบอลนั้น มันเป็นเรื่องยากพอตัวที่จะหาคนตัดบอลเก่งๆ แบบนี้ได้
    - ครองบอลได้เหนียวแน่น
 การเป็นกองกลางที่ดีมันก็ต้องไม่เสียบอลง่ายๆ ด้วย เพราะถ้าคุณทำให้ทีมเสียบอลตั้งแต่กลางสนามแล้วล่ะก็ คู่แข่งก็มีโอกาสสูงที่จะทำประตูได้ เพราะพวกเขาจะได้บุกในตำแหน่งที่ดีสุดๆ

 ในขณะที่ ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช ต่างก็ครองบอลได้ไม่เหนียวแน่นอนเท่าไหร่ จากการที่พวกเขาเสียบอลไปเฉลี่ยแล้ว 2.7 ครั้งต่อเกม และ 1.5 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ แต่ เอร์เรร่า ไม่มีปัญหาด้านนี้เลย เพราะเขาเสียการครองบอลไปเพียง 0.3 ครั้งต่อเกมเท่านั้น
นอกจากนี้ เอร์เรร่า ยังจับบอลได้นิ่งในระดับหนึ่งด้วย เพราะเขาจับบอลลั่นไปแค่ 0.5 ครั้งต่อเกมเท่านั้น ขณะที่ของ ป็อกบา อยู่ที่ 2.6 หนต่อเกม ส่วน มาติช อยู่ที่ 1.1 หนต่อนัด
 ที่จริง เอร์เรร่า ก็มีใจให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และพร้อมที่จะอยู่กับทีมต่อไปอยู่แล้ว 
ทำให้การเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็นอะไรนัก
ถ้าเขายังอยู่กับทีมต่อไป เอร์เรร่า ก็จะช่วยทีมได้เป็นอย่างดี ในทางกลับกัน การเสียนักเตะระดับนี้ก็อาจจะเป็นการสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เลยก็ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

No Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *